ลองจินตนาการถึงโลกที่บรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงโลกของเราด้วย โลกที่ลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด เพิ่มการรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และยึดความยั่งยืนเป็นหัวใจของทุกการตัดสินใจ นี่คือวิสัยทัศน์เบื้องหลังระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ของสหภาพยุโรป.

PPWR กำหนดให้ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่ามีส่วนสนับสนุนเป้าหมายของระเบียบนี้ Videojet ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมการทำเครื่องหมายและการพิมพ์โค้ด ติดตามกฎระเบียบและแนวโน้มด้านความยั่งยืนอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้แบรนด์และผู้ผลิตเข้าใจข้อกำหนดต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยระบุและบูรณาการโซลูชันการทำเครื่องหมายและการพิมพ์โค้ดที่เหมาะกับแต่ละงาน เพื่อสนับสนุนให้แบรนด์และผู้ผลิตปฏิบัติตามข้อกำหนดได้
ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรปคืออะไร?
ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ PPWR เป็นระเบียบที่ใช้ทั่วสหภาพยุโรป มีเป้าหมายส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งด้วยนวัตกรรมการออกแบบและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปรับรองระเบียบนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2024 และระเบียบมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 โดยบทบัญญัติส่วนใหญ่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป PPWR พัฒนาต่อจากข้อกำหนดว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ 94/62/EC ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 1994 การยกระดับจากข้อกำหนด (Directive) เป็นระเบียบ (Regulation) ช่วยให้แนวทางด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมีความสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น เนื่องจากครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตในสหภาพยุโรปและบรรจุภัณฑ์ที่นำเข้า ระเบียบนี้จึงส่งผลในระดับโลก
ติดตามข่าวสารล่าสุดแบบเรียลไทม์:
วิกฤตบรรจุภัณฑ์ในยุโรป: การปล่อย CO₂ และมลพิษทางทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก
การใช้บรรจุภัณฑ์มากเกินจำเป็น จำนวนบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ซึ่งเพิ่มขึ้น และการขาดคำแนะนำในการรีไซเคิลที่ชัดเจนสำหรับผู้บริโภค ล้วนเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้ขยะบรรจุภัณฑ์ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในยุโรป:
- ขยะบรรจุภัณฑ์: ตามข้อมูลของรัฐสภายุโรป ปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์รวมในสหภาพยุโรปเพิ่มจาก 66 ล้านตันในปี 2009 เป็น 84 ล้านตันในปี 2021 โดยในปี 2021 ประชากรยุโรปแต่ละคนก่อขยะบรรจุภัณฑ์เฉลี่ย 188.7 กก.1
- การปล่อย CO₂: สำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรปประเมินว่า ในแต่ละปีมีการเผาขยะพลาสติกในยุโรปราว 20–30 ล้านตัน ส่งผลให้มีการปล่อย CO₂ ประมาณ 50–80 ล้านตันต่อปี .2
- มลพิษทางทะเล: ขยะทะเลจากแหล่งบนบกถึง 85% เป็นพลาสติก.3
PPWR มีเป้าหมายอะไร?
PPWR มุ่งลดผลกระทบโดยรวมของบรรจุภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อม และนำอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไปสู่เศรษฐกิจที่หมุนเวียน ยั่งยืน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว PPWR จึงกำหนดให้บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ จำกัดสารอันตราย เช่น สารเพอร์ฟลูออโรอัลคิลและพอลิฟลูออโรอัลคิล (PFAS) และกำหนดมาตรฐานการติดฉลาก เพื่อให้คัดแยกขยะได้ดีขึ้นและผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น เป้าหมายสำคัญ ได้แก่:
- ลดการเกิดขยะบรรจุภัณฑ์
- ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่คุ้มค่าต้นทุน
- เพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์

PPWR กำหนดเป้าหมายภาคบังคับด้านการใช้ซ้ำ จำกัดบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และกำหนดให้ธุรกิจลดการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปแต่ละประเทศต้องลดขยะบรรจุภัณฑ์ต่อประชากรเมื่อเทียบกับระดับปี 2018 อย่างน้อย 5% ภายในปี 2030, 10% ภายในปี 2035 และ 15% ภายในปี 2040.4 นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเป้าหมายการรีไซเคิลทั้งสำหรับขยะบรรจุภัณฑ์โดยรวมและแยกตามประเภทวัสดุ:
| เป้าหมายการรีไซเคิล คิดเป็นสัดส่วนโดยน้ำหนัก | เป้าหมาย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 (%) | ป้าหมาย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2030 (%) |
|---|---|---|
| บรรจุภัณฑ์ทุกประเภท | 65 | 70 |
| พลาสติก | 50 | 55 |
| ไม้ | 25 | 30 |
| โลหะกลุ่มเหล็ก | 70 | 80 |
| อะลูมิเนียม | 50 | 60 |
| แก้ว | 70 | 75 |
| กระดาษและกระดาษแข็ง | 75 | 85 |
เป้าหมายด้านความสามารถในการรีไซเคิลของ PPWR: ระดับประสิทธิภาพที่เข้มงวด
PPWR กำหนดระดับประสิทธิภาพด้านความสามารถในการรีไซเคิลไว้สามระดับ โดยข้อกำหนดจะเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี 2038 ภายในปี 2030 บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ต่ำกว่า 70% โดยน้ำหนัก (ระดับ C) จะถือว่าไม่สามารถรีไซเคิลได้ในทางเทคนิค และภายในปี 2038 จะไม่อนุญาตให้นำบรรจุภัณฑ์ระดับ C ออกวางตลาด ตัวอย่างเช่น บรรจุภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดซึ่งรีไซเคิลได้ยาก มีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามข้อกำหนด คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถในการรีไซเคิลในกฎหมายลำดับรอง (Delegated Act) โดยทั่วไป ปัจจัยสำคัญที่ใช้พิจารณาระดับประสิทธิภาพและความสามารถในการรีไซเคิล ได้แก่:
- ความสามารถในการแยกส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์
- ประสิทธิภาพของกระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล
- ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการคัดแยกและรีไซเคิล
- การคงคุณสมบัติการใช้งานของวัตถุดิบทุติยภูมิ
ติดตามตอนที่ 2 ของบทความ PPWR ซึ่งจะกล่าวถึงหัวข้อสำคัญ เช่น ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ข้อกำหนดด้านสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติก และกฎระเบียบสำคัญอื่น ๆ เรียนรู้ว่า PPWR มีเป้าหมายเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำ ลดสารอันตราย สนับสนุนระบบใช้ซ้ำ/เติมซ้ำ และแนะนำให้ใช้โค้ด QR® เพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคอย่างไร พร้อมติดตามผลกระทบต่อผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และแนวทางเตรียมพร้อมสำหรับข้อกำหนดใหม่ด้านความสามารถในการรีไซเคิล
แหล่งอ้างอิง:
2 https://www.eea.europa.eu/publications/plastics-the-circular-economy-and page 44
3 https://www.eea.europa.eu/en/topics/in-depth/plastics?activeTab=fa515f0c-9ab0-493c-b4cd-58a32dfaae0a
5 QR Code เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ DENSO WAVE INCORPORATED.